รูปแบบการแข่งขันและเกณฑ์การตัดสิน แบ่งออกเป็น 3 รอบการแข่งขัน คือ 1. การแข่งขันรอบแรก (รอบสอบภาคทฤษฎี) 2. การแข่งขันรอบที่สอง (รอบสร้างสรรค์ความคิดในการทำผลงานและสอบ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP)1 Level 1, 2) และ 3. รอบชิงชนะเลิศ (รอบนำเสนอผลงานและแข่งปฏิภาณไหวพริบ) โดยในปีนี้มีการกำหนดหัวข้อ (Theme) ของการแข่งขันในแต่ละประเภทของการแข่งขัน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1 หมายเหตุ : NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) ได้ถูกกำหนดให้มีขึ้น เพื่อสร้างเกณฑ์การวัดระดับมาตรฐานสำหรับวิชาชีพทางด้าน "ระบบปฏิบัติการลินุกซ์" ของประเทศ โดยยึดหลักมาตรฐานสากล คือ LPI Certification (Linux Professional Institute Certification) เป็นแนวทางในการจัดทำ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 Level ดังนี้
Level 1 : Linux Literacy
Level 2 : Linux Fundamentals
Level 3 : Linux System and Network Administration
Level 4 : Linux Advance
ซึ่งในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ได้ทำการจัดสอบ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) ขึ้นเป็นครั้งที่สองเพื่อพัฒนาคุณภาพของข้อสอบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น)
1. การแข่งขันรอบแรก (รอบสอบภาคทฤษฎี)
ในรอบแรกนี้ ทำการวัดระดับความรู้ของผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ในเรื่องความรู้พื้นฐานทั่วไป การใช้งาน การปรับแต่ง และการแก้ไขปัญหาของระบบปฏิบัติการลินุกซ์ตามแต่ละประเภทของการแข่งขัน โดยใช้วิธีการสอบ ข้อสอบเป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือกจำนวน 50 ข้อ ในเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (Linux Operating System) และซอฟต์แวร์ระบบเปิด (Software Open Source) จากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ฯ ร่วมกันพิจารณาออกข้อสอบสำหรับใช้ในการสอบ และจะทำการสอบพร้อมกันทั่วประเทศ
1.1 เกณฑ์ในการให้คะแนน2
| หลักเกณฑ์ | คะแนนที่ได้ |
| ตอบถูก | 3 คะแนน |
| ตอบผิด | -2 คะแนน |
| ไม่ตอบ | -1 |
2 หมายเหตุ : หลักเกณฑ์นี้ใช้กับทุกประเภทของการแข่งขัน
1.2 เกณฑ์ในการเข้าสู่รอบถัดไป
| ประเภท | ระดับ | จำนวน | เกณฑ์การคัดเลือกเข้าสู่รอบต่อไป | หมายเหตุ |
| ประเภทที่ 1 การใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Linux Client) | ระดับนักเรียน (ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่ 4) | บุคคล (เดี่ยว) | ทำการสอบเป็นรายบุคคล ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด อันดับ 1 - 5 ของแต่ละภูมิภาคทั้ง 5 ภูมิภาค จะผ่านเข้า รอบคัดเลือกรอบที่สอง รวมเป็น 25 คนแรก และผู้ที่ผ่านเข้ารอบในลำดับที่ 26 – 40 ให้พิจารณาจากผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดของทั่วประเทศที่เหลือ | ทั้ง 3 ประเภทนี้หากคะแนนที่ได้เท่ากันให้พิจารณา ขั้นที่ 1. อายุของผู้เข้าแข่งขัน โดยให้อายุน้อยกว่าเข้ารอบ ขั้นที่ 2. จำนวนข้อถูกของผู้เข้าแข่งขัน โดยให้จำนวนรวมของข้อ ถูกมากกว่าเข้ารอบ ขั้นที่ 3. จำนวนข้อผิดของผู้เข้าแข่งขัน โดยให้จำนวนรวมของข้อผิด น้อยกว่าเข้ารอบ |
| ประเภทที่ 2 คอมพิวเตอร์ควบคุมและบริการเครือข่าย (Linux Server) | ระดับนักเรียน (ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่ 6) | |||
| ประเภทที่ 3 การใช้งานและปรับแต่งระบบปฏิบัติการลินุกซ์ขึ้นสูง (Linux OS) | ระดับประชาชนทั่วไป |
2. การแข่งขันรอบที่สอง (รอบสร้างสรรค์ความคิดในการทำผลงานและสอบ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP))
ในรอบที่สองนี้ เบื้องต้นจะใช้เวลาทำการแข่งขัน 3 วัน โดยนำผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกรอบแรกจากทุกประเภทเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งจะมีการแบ่งเป็นทีม 6 คนต่อทีม (ประเภทละ 2 คน ต่อทีม) รวมทั้งสิ้น 20 ทีม ในการทำกิจกรรม
@ 2 วันแรก ทำกิจกรรมเขียนโปรแกรมมาราธอน (CodeFest NLC10) หรือใช้เวลาประมาณ 2 วัน 1 คืน โดยจะมีการกำหนดหัวข้อ (Theme) ให้ทำผลงานตามแต่ละประเภทการแข่งขัน พร้ อมนำเสนอผลงานที่ได้ให้คณะกรรมการพิจารณาให้คะแนน
@ วันสุดท้ายทำการสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพด้านระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) Level 1 : Linux Literacy, NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) Level 2 : Linux Fundamentals และ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) Level 3) : Linux System and Network Administration
จากนั้นนำคะแนนของการทำผลงานมารวมกับการสอบและพิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์การให้คะแนนเพื่อหาผู้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป พร้อมกันนี้ผู้ที่ทำคะแนนได้ผ่านตามเกณฑ์ของการทดสอบวัดมาตรฐานวิชาชีพด้านระบบปฏิบัติการลินุกซ์นี้ จะได้รับเกียรติบัตร NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) ตามแต่ละ Level ที่สอบได้
2.1 เกณฑ์ในการให้คะแนน
การให้คะแนนในรอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
| ส่วนที่ | รายละเอียด | คะแนน (%) |
| 1 | คะแนนการพิจารณาผลงานที่ทำได้จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ | 75 |
| 2 | คะแนนจากการสอบ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) | 25 |
2.2 เกณฑ์ในการเข้าสู่รอบถัดไป
| ประเภท | ระดับ | จำนวน | เกณฑ์การคัดเลือกเข้าสู่รอบต่อไป | หมายเหตุ |
| ประเภทที่ 1 การใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Linux Client) | ระดับนักเรียน (ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่ 4) | บุคคล (เดี่ยว) | ทำกิจกรรมเขียนโปรแกรมมาราธอน (CodeFest NLC10) และสอบตามมาตรฐานของ NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) แล้วคัดเลือกผู้ที่ทำคะแนนได้ผ่านเกณฑ์ (70% ของผลคะแนนรวมทั้งหมดในรอบนี้) เข้าทำการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ทั้งนี้จะคัดเลือกเข้าแข่งขันไม่น้อยกว่า 5 คนและไม่เกิน 10 คนต่อประเภท | 1. NECTEC Linux Certified Professional (NLCP) ไม่ใช่เกียรติ-บัตรของการแข่งขัน 2. ประกาศผลการแข่งขันทางเว็บไซต์ของโครงการเท่านั้น |
| ประเภทที่ 2 คอมพิวเตอร์ควบคุมและบริการเครือข่าย (Linux Server) | ระดับนักเรียน (ไม่เกิน มัธยมศึกษาปีที่ 6) | |||
| ประเภทที่ 3 การใช้งานและปรับแต่งระบบปฏิบัติการลินุกซ์ขึ้นสูง (Linux OS) | ระดับประชาชนทั่วไป |
3. การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
3.1 รูปแบบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
ในรอบนี้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1. ทำการแข่งขันโดยนำผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบที่สองจากทุกประเภท ให้มาปรับปรุงผลงานโดยคณะกรรมการได้กำหนดโจทย์ในการปรับปรุงเพิ่มเติมตามเวลาที่กำหนดให้ จากนั้นให้นำผลงานที่ทำการปรับปรุงแล้วมานำเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาให้คะแนน
ช่วงที่ 2. ทำการแข่งขันโดยการใช้ปฏิภาณไหวพริบตอบคำถาม ซึ่งก่อนตอบคำถามในแต่ละข้อนั้นผู้เข้าแข่งขัน ต้องลงมือปฏิบัติ ค้นหา แก้ไขปัญหา เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ ตามแต่ละประเภทของการแข่งขัน เพื่อเก็บคะแนน
เบื้องต้นใช้เวลาทำการแข่งขัน 3 วัน คือ
@ วันแรก : ทำการแข่งขันประเภทที่ 1 ในช่วงบ่าย
@ วันที่สอง : ประเภทที่ 1-3 นำเสนอผลงานในช่วงเช้า และประเภทที่ 2 เข้าทำการแข่งขันในช่วงบ่าย
@ วันที่สาม : ประเภทที่ 3 เข้าทำการแข่งขันในช่วงเช้า
ผลการตัดสินจะทำการประกาศในช่วงพิธีปิด “งานมหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9 (The Ninth Thailand ICT Contest Festival 2010)” พร้อมมอบ โล่รางวัล ของรางวัล และเกียรติบัตร ในลำดับรางวัลต่างๆ
3.2 เกณฑ์ให้คะแนน
การให้คะแนนในรอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
| ส่วนที่ | รายละเอียด | คะแนน (%) |
| 1 | คะแนนการพิจารณาผลงานที่นำมาเสนอ | 20 |
| 2 | คะแนนจากการแข่งขันโดยใช้ปฏิภาณไหวพริบตอบคำถาม | 80 |
ซึ่งการพิจารณาให้คะแนนและพิจารณาผลการตัดสินการแข่งขันจะใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ และให้ถือว่าผลการตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด